ถอดบทเรียนจากซีรีส์ Flower of Evil ลูกไม้ หล่นไม่ไกลต้น

Published by

on

เรามักได้ยินคำพูดจากหลายคนว่า “พ่อแม่เป็นยังไง ลูกย่อมเป็นอย่างนั้น” คุณมีความเห็นอย่างไรกับประโยคนี้เชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ?

เมื่อตอบคำถามข้างต้นสำเร็จแล้ว เราอยากชวนคุณมาดูซีรีส์เรื่อง “Flower of Evil” แล้วเรามาลองทบทวนกันว่า คำตอบของคุณจะเหมือนเดิมหรือไม่

Flower of Evil เป็นซีรีส์สืบสวนอีกเรื่องที่มีองค์ประกอบครบถ้วน ทั้งพล็อตเรื่อง ตัวละคร อารมณ์ จิตวิทยา ส่งเสริมให้ซีรีส์เรื่องนี้อบอวลไปด้วยมวลสีเทา ไม่ได้มืดมนหรือสว่างเกินไป เป็นความรู้สึกเศร้า ในขณะเดียวกันกลับอบอุ่นใจ

ความเศร้าของเรื่องนี้ คงเป็นคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นกับเหยื่อผู้น่าสงสาร และชะตากรรมของ2ครอบครัว ที่ครอบครัวหนึ่งมีลูกเป็นฆาตกร และอีกครอบครัวหนึ่งมีพ่อเป็นฆาตกร

เหตุการณ์เริ่มต้นจากความรักภายในครอบครัวที่แสนอบอุ่น มีพร้อมทางด้านฐานะทางสังคม และหน้าตา พ่อแม่ที่คอยฟูมฟักให้ความรักลูก และพยายามปลูกฝังให้ลูกเป็นอัจฉริยะพร้อมกับคนดีของสังคม แต่ผลลัพธ์ของความพยายามทั้งหมด กลับเกินคาดฝัน เพราะคงไม่มีพ่อแม่คนไหนคาดฝันที่จะเห็น “ลูกไม้ไกลเกินต้น” จนกลายพันธุ์เป็นฆาตกรต่อเนื่องของสังคม

เหตุการณ์เริ่มสลับซับซ้อนและยุ่งเหยิงมากขึ้น เมื่อมีอีก 1 ครอบครัวมาพัวพัน นั่นคือครอบครัวของพระเอก ซึ่งมีพ่อเป็นฆาตกรต่อเนื่องแสนโหดเหี้ยม ผู้พยายามปั้นพระเอกให้เป็นศิลปะ(ฆาตกร) ชิ้นเอก แต่กลับกลายเป็นผลงานชิ้นที่ห่วยแตกที่สุด

สิ่งที่พ่อพยายามปูทางให้ สวนทางกับก้นบึ้งจิตใจอันแสนอ่อนโยน แต่สังคมในเวลานั้นตราหน้าว่าเขาเป็น “ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” ตามรอยพ่อ เป็นเหมือนลูกธนูพุ่งทิ่มแทงตัวและหัวใจของเขา จนต้องสร้างเกราะกำบังที่เรียกว่า “โรคต่อต้านสังคมขึ้นมา”

โรคต่อต้านสังคม ทำให้เขาไม่รู้จักความรู้สึกใดๆ และพยายามปกปิดมันด้วยสัญชาตญาณการอ่านความรู้สึกของคนอื่น ใช้มันตอบสนองความพึงพอใจบุคคลเหล่านั้นเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง พูดในอีกแง่หนึ่ง เขาเป็นคนมีความรู้สึกแต่กลับแสดงออกมาไม่ได้ หรืออีกทางหนึ่งอาจพยายามไม่แสดงความรู้สึกแท้จริงออกมา เหมือนคนที่ภายนอกดูอบอุ่น เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีทุกอย่างเพรียบพร้อม แต่ภายในเต็มไปด้วยความเย็นชา ว่างเปล่า

แม้มีน้ำแข็งปกคลุมจิตใจมากมาย แต่สามารถละลายได้จากความรักอันบริสุทธิ์จากภรรยา และความไร้เดียงสาจากลูกสาวแสนน่ารักของเขา หล่อหลอมให้เขาค่อยๆกลับมาเข้าใจและซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น เป็นเหมือนเกราะป้องกันอันใหม่และแข็งแรงกว่าเดิม ที่ปกป้องเขาจากลูกธนูทางสังคม ที่ยิงสาดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

และนี่อาจเป็นความอบอุ่นอย่างหนึ่งของเรื่องที่ยืนยันได้ว่าความรักสามารถเปลี่ยนโลกได้ ไม่เว้นแม้แต่โลกของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “ลูกฆาตกร”

และนี่ก็อาจเป็นความเศร้าอย่างหนึ่งที่ทำให้เราต้องย้อนกลับมาคิดว่า “ฆาตกรตัวจริงคือใคร” ระหว่างคนที่ฆ่าคนด้วยกันเอง หรือ คำพิพากษาจากสังคม ?

และสุดท้ายนี้ คุณคงมีคำตอบของตัวเองแล้วว่า “ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” เป็นจริงเสมอไปหรือไม่

ใส่ความเห็น