7 เรื่องจริง อิงประวัติศาสตร์ในซีรีส์ คุณหมอสองภพ (Live up to your name)

Published by

on

ซีรีส์แนวการแพทย์แฟนตาซีเรื่อง “คุณหมอสองภพ (Live up to your name)” มีองค์ประกอบทางด้านเนื้อหาที่ผสมผสานเรื่องราวความรัก ความตลก ความเจ็บปวด และการข้ามเวลาได้อย่างลงตัว มีการสื่อสารอารมณ์ที่น่าสนใจ นำเสนอผ่านความมีมิติของตัวละคร โดยพยายามแฝงมุขตลกในตัวละครแต่ละตัว แต่ภูมิหลังกลับมีปมแสนขมขื่น

สิ่งที่โดดเด่นคือการสอดแทรกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของประเทศเกาหลีเกี่ยวกับการแบ่งชนชั้นและอำนาจ โดยนำเสนอผ่านเรื่องราวการทำงานของแพทย์ในยุคสมัยที่แตกต่างกัน และการกล่าวถึงบุคคลทางประวัติศาสตร์อย่างหมอโฮวอิม หมอโฮวจุน และพระเจ้าซอนโจ ทำให้เราแน่ใจได้ว่า เรื่องราวที่พยายามนำเสนอ อยู่ในยุคโชซอนตอนต้น ซึ่งเป็นช่วงที่จีนและลัทธิขงจื๊อมีอิทธิพลต่อสังคมเกาหลีเป็นอย่างมาก ดังที่ปรากฏในซีรีส์

ส่วนใหญ่แล้วซีรีส์แนวย้อนยุคของเกาหลีมักเน้นไปที่ยุคโชซอน ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 500 ปี ทำให้เกิดเรื่องราวมากมายที่น่าสนใจ การทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ช่วงนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจบริบททางสังคมและวัฒนธรรมเกาหลีในยุคนั้นได้กระจ่างยิ่งขึ้น บทความนี้จึงจะพาทุกท่านไปสำรวจเกร็ดประวัติศาสตร์เล็กๆ น้อยๆ ที่ซ่อนอยู่ในซีรีส์ “คุณหมอสองภพ”

“แล้วคุณจะดูซีรีส์เรื่องนี้สนุกมากยิ่งขึ้น”

    หมอโฮวอิมเป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงในยุคโชซอน ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแพทย์ฝังเข็มที่เก่งที่สุดในสมัยนั้น ผลงานชิ้นสำคัญของเขาคือหนังสือExperiential Prescriptions of Acupuncture and Moxibustion ที่ถ่ายทอดวิธีฝังเข็มและการใช้เทคนิค Moxa (การเผายาสมุนไพรปั้นเป็นกรวยเล็กๆ ลงตามจุดฝังเข็ม) ตลอดจนการใช้สมุนไพรร่วมในการรักษาผู้ป่วย

    แพทย์แผนตะวันออกที่มีชีวิตอยู่ช่วงเดียวกับโฮวอิม เป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งในอดีตและปัจจุบัน เขาเป็นหมอหลวงประจำตัวของพระเจ้าซอนโจ กษัตริย์องค์ที่ 14 ของราชวงศ์โชซอน

    ผลงานที่โดดเด่นของเขาคือหนังสือเรื่องTreasured Mirror of Eastern Medicine ที่ยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมเมื่อปี ค.ศ.2009 ในฐานะ UNESCO’s Memory of the World Programme

    ความแตกต่างของหมอโฮวอิมและโฮวจุนคือ หมอโฮวอิมจะโดดเด่นในเรื่องของการฝังเข็ม ในขณะที่หมอโฮวจุนจะโดดเด่นในเรื่องของยาสมุนไพร

    เป็นกษัตริย์องค์ที่ 14 ของราชวงศ์โชซอน (ค.ศ. 1567-1608) ในยุคของพระองค์เจริญรุ่งเรืองในด้านการแพทย์ เพราะมีแพทย์ตะวันออกที่มีฝีมืออยู่ในแผ่นดินถึง 2คน

    นอกจากนี้ในยุคของพระองค์ยังเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นเข้ามาบุกยึดครองเกาหลี ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและบาดเจ็บล้มตายกันเป็นจำนวนมาก

    ต่อมาพระเจ้าซอนโจ ได้เสด็จจากเมืองที่ญี่ปุ่นเข้ามาบุกเพื่อลี้ภัยไปอยู่อีกเมืองหนึ่ง สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก และมีการเผาพระราชวังที่พระองค์ทรงเคยประทับ

    เมื่อสงครามสงบลงแล้ว พระองค์จึงทรงเสด็จกลับมายังเมืองเดิม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้รับความเคารพและความไว้วางใจจากประชาชนอีกต่อไป ทำให้เกิดความระส่ำระส่ายและความวุ่นวายภายในตลอดช่วงเวลาที่พระองค์ทรงครองราชย์ 

    เป็นแม่ทัพชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาในช่วงสงครามญี่ปุ่นบุกยึดเกาหลี ด้วยความไม่เต็มใจ ด้วยเพราะผู้นำสูงสุดของญี่ปุ่นในสมัยนั้นอย่างฮิเดโยชิ จับกุมพ่อของเขาเป็นตัวประกัน และบังคับให้เขาเข้าร่วมสงครามครั้งนี้ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ถูกเขียนไว้ในหนังสือที่ชื่อ โมฮาทังซุลเลกา

    ในระหว่างที่ญี่ปุ่นรุกรานเกาหลี เขาก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับโชซอน จนในที่สุดเมื่อสงครามสิ้นสุดลง ซายากะตัดสินใจย้ายสัญชาติมาเป็นคนเกาหลี และใช้ชีวิตอยู่ที่นี่จนสิ้นอายุขัย

    ช่วงเริ่มต้นสมัยโชซอน (ค.ศ.1392)จีนมีอิทธิพลอย่างมากต่อเกาหลี โดยเฉพาะในความเชื่อด้าน “ลัทธิขงจื๊อ” ซึ่งมีผลต่อการจำกัดสิทธิเสรีภาพของผู้หญิง เพราะลัทธิขงขงจื๊อมีความเชื่อว่าให้ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้าและให้ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง

    หน้าที่ของผู้หญิงในสมัยนั้นจึงเป็นการดูแลงานบ้านต่างๆ เพื่อเป็นการเก็บตัวผู้หญิงไว้ในบ้านตามความเชื่อโบราณ เช่นเดียวกัน หญิงสูงศักดิ์ชาวเกาหลีควรสวมเสื้อคลุมเพื่อบดบังใบหน้าของตนเอง เมื่อต้องการออกจากบ้านหรือพบปะผู้คน

    ลัทธิขงจื๊อ มีผลอย่างมากต่อแนวคิด และการจัดระเบียบการปกครองของเกาหลี โดยเฉพาะ “การแบ่งชนชั้น” ซึ่งในเกาหลีแบ่งออกเป็น5ชนชั้น ได้แก่ จักรพรรดิ ยางบัน ชุงอิน ชังมิน และชอนมิน

    ชนชั้นยางบันถือว่ามีอิทธิพลมากที่สุดในสังคมสมัยนั้น ประกอบไปด้วยขุนนางและนักปราชญ์ต่างๆที่เป็นกำลังสำคัญในการบริหารประเทศ รองลงมาคือคือชุงอิน ถือเป็นชนชั้นสูงในสังคม เป็นกลุ่มข้าราชการที่มีความสามารถเฉพาะทาง ทำงานรับใช้ยางบันอีกทอดหนึ่ง (หมอโฮวอิม ตัวละครหลักของซีรีส์อยู่ในชนชั้นนี้) ถัดมาคือชางมิน เป็นชนชั้นพลเมืองทั่วไปของสังคม ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพชาวนา เนื่องจากเกาหลีในยุคนั้นเป็นสังคมเกษตรกรรม และสุดท้ายคือชอนมิน เป็นชนชั้นต่ำต้อยในสังคม ประกอบด้วย ทาส คนเต้นรำ คนทรง นักแสดง ฯลฯ

    คุณหมอสองภพถ่ายทอดความไม่เท่าเทียมกันในสังคมยุคนั้นได้อย่างชัดเจน ตัวเอกอย่าง หมอโฮวอิม ถึงแม้จะเป็นหมอ แต่ก็โดนดูถูกจากคนชนชั้นสูง เนื่องจากมารดาของหมอโฮวอิมมีสถานะทางสังคมต่ำต้อย แต่งงานกับบิดาที่มีสถานะทางสังคมสูงส่งกว่า ในสมัยนั้นแม้บิดาจะมีสถานะสูงส่งเพียงใด ก็จะนับสถานะตามมารดาผู้ให้กำเนิดเท่านั้น

    อย่างไรก็ตามชนชั้นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือทาส เนื่องจากไม่มีสิทธิและเสรีภาพในการดำเนินชีวิต ในซีรีส์มีการถ่ายทอดให้เห็นเรื่องราวของชนชั้นนี้ไว้อย่างชัดเจน ในการไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะรับการรักษาพยาบาลจากหมอ หากทำอะไรให้เจ้านายไม่พอใจก็ถูกเฆี่ยนตีจนถึงแก่ชีวิต

    ในช่วงปี 1590 ญี่ปุ่นต้องการขยายดินแดนไปยังประเทศอื่น และเกาหลีเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบ จนเกิดเป็น”สงครามอิมจิน” ในปี 1592 ที่ตรงกับช่วงเวลาที่ซีรีส์เรื่องนี้หยิบมานำเสนอ

    บทสรุป

    เสน่ห์ของ “คุณหมอสองภพ” คือการผสมผสานเรื่องราวความรักข้ามภพให้เข้ากับเกร็ดประวัติศาสตร์ได้อย่างกลมกล่อม โดยเฉพาะการนำเสนอภาพสังคม ความเชื่อ และเหตุการณ์การเมืองในอดีต ทำให้ผู้ชมสนุกไปกับละคร และซึมซับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไปพร้อมกันจนอาจกล่าวได้ว่า ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องราวที่น่าติดตามและสนุกมากยิ่งขึ้น เมื่อถูกนำมาเล่าใหม่ผ่านเลนส์ของซีรีส์

    รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ในคลิปวิดิโอ : เล่าเรื่องจริงในสมัยโชซอนผ่านซีรีส์เรื่อง Live up to your name, Dr Heo (Click to visit)


    Google Drive. (n.d.). [ไฟล์ PDF]. สืบค้นจาก https://drive.google.com/…/14rjB4r6KSQio8s5Q9Of…/view…

    Pantip.com. (n.d.). Deserving of the Name – ฮออิมในประวัติศาสตร์ ราชาหมอฝังเข็มแห่งโชซอน. สืบค้นจาก https://m.pantip.com/topic/36868286

    Pantip.com. (n.d.). Deserving of the Name – ฮอจุน VS ฮออิม มวยคู่เอกบนสังเวียนแพทย์โชซอน. สืบค้นจาก https://m.pantip.com/topic/36958293

    ใส่ความเห็น