How Lucky I Am g เป็นหนังสือของ ภาริอร วัชรศิริ(พาย) เนื้อหาเล่าถึงมุมมองของนักเขียนที่มีต่อคนรอบข้างในชีวิต ตั้งแต่ ญาติ แฟน เพื่อนสนิท ตลอดจนถึงเจ้านาย ส่วนใหญ่มุมมองที่นักเขียนดึงออกมา จะเป็นพลังงานด้านบวก ดังนั้นถ้าให้จัดประเภท หนังสือเล่มนี้อาจป็นประเภทอัตชีวประวัติ ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อ่านได้นั่นเอง
- การเล่าเรื่อง
ภาษาที่ใช้ในเรื่องเป็นภาษาระดับกันเอง สั้น ง่าย กระชับ แต่ทรงพลัง และกินใจผู้อ่าน ผู้เขียนใช้สรรพนามแทนตัวเองว่าเรา และเน้นการพรรณนาอารมณ์ของตนเองเป็นส่วนใหญ่ ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นการเล่าสู่กันฟัง และทำให้ผู้อ่านกับผู้เขียนมีความรู้สึกใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ด้วยความที่ในหนังสือประกอบไปด้วย 20 ความเรียง ในแต่ละความเรียงจะเป็นเรื่องเล่า และมุมมองที่มีต่อบุคคลทั้ง 20 คน ที่เปิดเรื่องมาด้วยคำคมที่ซึ้งกินใจ และชื่อตอนที่มีความหมายโดยนัยที่เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกนิสัยส่วนตัว เรื่องราว และมุมมองที่นักเขียนมีต่อบุคคลในบทนั้นๆ ตัวอย่างเช่น
แสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์
“ดวงอาทิตย์” ในความหมายของผู้เขียนคือแฟนที่ได้เลิกรากันไป
หลุมหลบภัย
ในความหมายของผู้เขียนคือเพื่อนที่สามารถพึ่งพาอาศัยยามลำบากได้
ฟินิกซ์หนุ่ม
ผู้เขียนเปรียบเปรยกับเพื่อนที่ไม่ว่าจะล้มสักกี่ครั้งก็ลุกขึ้นมาได้ทุกครั้ง
ในแต่ละบท ผู้เขียนใช้การแบ่งย่อหน้าค่อนข้างมาก เนื่องจากเนื้อหาเขียนด้วยข้อความดพียงไม่กี่บรรทัด น้อยสุดคือ 2 บรรทัด และมากที่สุดคือ 6-7 บรรทัด แต่การแบ่งย่อหน้าก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเล่าเรื่อง เพราะผู้เขียนสามารถที่จะเรียงร้อยทุกย่อหน้าให้กลายเป็นเรื่องที่สามารถอ่านต่อกันได้อย่างมีเอกภาพต่อเนื่องไปจนถึงจบเรื่อง และในตอนจบของแต่ละเรื่องมีการสรุปจบแบบให้ข้อคิด และพยายามสร้างมุมมองใหม่ให้แก่ผู้อ่าน
ในความคิดเห็นของแอด ความโดดเด่นของเรื่องนี้คือการเล่าเรื่อง ที่นักเขียนสามารถถ่ายทอดให้ผู้อ่านมีอารมณ์ร่วม และย่อยข้อมูลให้ผู้อ่านเข้าใจ สามารถเข้าถึงเรื่องราวได้โดยง่าย แม้ไม่เคยรู้จักกับบุคคลทั้ง 20คนที่ผู้เขียนได้เอ่ยถึงก็ตาม
- เนื้อหา
อย่างที่ได้เกริ่นไปข้างต้นว่าเนื้อหาเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประสบการณ์ที่นักเขียนมีต่อบุคคลรอบตัวทั้ง20 คน หากทำการถอดใจความของเนื้อหาออกมาทั้งหมด สามารถจับใจความสำคัญได้ 2 ประเด็น แยกออกเป็น สิ่งที่จากไป และ สิ่งที่ยังคงอยู่ ซึ่งนำไปสู่สิ่งที่ได้เรียนรู้ใหม่ในชีวิต ที่นักเขียนพยายามใส่ไว้ในส่วนสรุปของเนื้อหาในทุกบท
สิ่งที่จากไปของนักเขียน ปรากฏให้เห็นเด่นชัดในบทเปิดและปิดเรื่อง ในบทเปิดเรื่องนั้น เล่าถึงความสัมพันธ์ที่หายไประหว่างตัวผู้เขียนกับแฟน ซึ่งผู้เขียนพรรณนาให้เห็นภาพเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่สวยงาม จนวันหนึ่งเริ่มจืดจางจากการที่ใครคนใดคนหนึ่งเป็นฝ่ายเลิกรัก จนนำไปสู่การเลิกราในที่สุด
ทั้งนี้ผู้เขียนได้บรรยายความเศร้าและความเจ็บปวดของตัวเอง ผ่านชื่อตอนของตัวบทว่า“ดวงอาทิตย์ที่หายไป” นั่นทำให้เราสามารถตีความได้ว่า เมื่อดวงอาทิตย์ได้หายไป จึงไม่มีแสงสว่างของดวงอาทิตย์ สิ่งที่หลงเหลืออยู่นั้นคือความมืด ซึ่งผู้เขียนใช้อธิบายถึงช่วงเวลาหลังจากที่เลิกกับแฟน
ส่วนในบทปิดเรื่อง ผู้เขียนใช้ชื่อตอนว่า “ช่วงเวลาที่นาฬิกาหยุดเดิน” เป็นตอนที่อธิบายถึงความรู้สึกหลังจากที่สูญเสีย “แม่” บุคลที่สำคัญที่สุดในชีวิตไป สามารถตีความได้ว่า ผู้เขียนต้องการจะสื่อถึงความรู้สึกว่างเปล่า นิ่งเงียบ และไม่สามารถที่จะก้าวเดินออกไปข้างหน้าได้ เหมือนกับนาฬิกาที่หยุดเดิน
ภายหลังจากการพรรณนาถึงสิ่งที่จากไปนั้น จึงเหลือสิ่งที่ยังคงอยู่ นั่นคือ ความสัมพันธ์ที่สวยงามไม่ว่าจะเป็นพี่ น้อง เพื่อน ญาติ รวมไปถึงเพื่อนร่วมงาม ซึ่งนักเขียนพยายามถ่ายทอดพลังด้านบวกที่ได้รับจากบุคคลเหล่านี้ มาร่วมแบ่งปันกับผู้อ่าน สังเกตได้จากการที่ในเนื้อหา มีคำคมและข้อคิด แฝงเอาไว้อยู่ในทุกตัวบท ทั้งการยกตัวอย่างจากสิ่งที่ตนเองชอบ จากสิ่งรอบตัว และการอุปมาต่างๆ ตัวอย่างเช่น การยกคำาพูดจากแอนิเมชั่น เรื่อง Lilo & Stitch ที่กล่าวว่า
“Ohana means family, Family means nobody gets
(Ohana หมายถึงครอบครัว และครอบครัวหมายถึงเราจะไม่ทิ้งกัน)
left behind forgotten”
จากที่กล่าวมาทั้งหมด จึงสรุปได้ว่า ในด้านของเนื้อหา หนังสือเล่มนี้เน้นให้คุณค่าไปในเชิงสร้างแรงบันดาลใจ และให้คติสอนใจแก่ผู้อ่าน ผ่านกลวิธีการเขียนทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยกลวิธีการเขียนทางตรงนั้น มาจากการแสดงให้เห็นว่าผู้เขียนได้ข้อคิดอะไรจากเรื่องนั้นๆ ส่วนกลวิธีทางอ้อม มาจากการให้ผู้อ่านได้คิดเองว่าได้อะไรจากสิ่งที่อ่าน ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงมีคุณค่าทางด้านเนื้อหา เนื่องจากเป็นวรรณกรรม ที่มีเนื้อหาสาระมุ่งไปในเชิงสร้างสรรค์ มากกว่าทำลาย
- คุณค่าต่อสังคมและการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
จากการวิเคราะห์ คุณค่าทางด้านสังคมของหนังสือเล่มนี้ สามารถแยกออกได้เป็น 2 ประเด็นคือ การให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ของคนที่อยู่รอบตัว และการให้มุมมองและข้อคิดในการดำเนินชีวิตประจำวันแก่ผู้อ่าน ซึ่งมาจากประสบการณ์เรื่องสิ่งที่ยังคงอยู่ และสิ่งที่จากไปของผู้เขียนนั่นเอง
จากสิ่งที่ยังคงอยู่ สอนให้รู้จักจัดการความสัมพันธ์กับคนที่อยู่รอบตัว การที่นักเขียนมีการเอ่ยถึงคน20 คน ใน 20 เรียงความ จะเห็นได้ว่า แต่ละคนล้วนมีพื้นฐานและลักษณะนิสัยที่แตกต่างกัน เช่น ในชื่อตอน“ถ่านก้อนเดียวกัน” ที่อธิบายความแตกต่างระหว่างนักเขียนที่ใช้ชีวิตด้วยตรรรกะเชิงอารมณ์ กับเพื่อนร่วมงานที่ใช้ชีวิตด้วยตรรกะเชิงเหตุผล ถึงจะมีความคิดและลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ถ้าเรารู้วิธีที่จะอยู่และจัดการกับความสัมพันธ์ได้ จะเกิดเป็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม เหมือนดังประจุบวกและประจุลบในถ่าน ใจความสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคม จึงหมายถึง การที่รู้จักปรับตัว และให้เกียรติซึ่งกันและกัน จึงสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุข
ขณะเดียวกัน จากสิ่งที่จากไปก็สอนให้เรารู้จักกับสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืน ดังที่ผู้เขียนได้กล่าวถึงบทความของพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ตอนหนึ่งว่า
“เด็กทารก เมื่ออยู่ในครรรภ์ แม้จะรู้สึกอบอุ่นมั่นคงขนาดไหน วันหนึ่งก็จำต้องแยกออกจากร่างกายของแม่ เพราะนั่นคือหนทางเดียวที่ทารกจะสามารถเจริญเติบโตต่อไปได้กลายเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ …. เมื่ออายุมากขึ้นเราต่างพบว่าคนรักหรือคนใกล้ชิดค่อยๆทยอยจากไป การจากพรากนำมาซึ่งความโศกเศร้า แต่ในขณะเดียวกันมันก็แสดงให้เห็นถึงความจริงของชีวิตมากขึ้น ยิ่งพบการพรากจาก เราก็ยิ่งเข้าใจว่า เราไม่สามารถฝากความหวังหรือความสุขไว้กับใครหรือสิ่งใดได้ เพราะไม่มีอะไรคงทนถาวร ขืนพยายามทำอย่างนั้น ก็จะพบกับความผิดหวังหรือเสียใจอยู่เรื่อย”
ด้วยประสบการณ์ และมุมมองชีวิต รวมไปถึงข้อคิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของวิธีการจัดการกับความสัมพันธ์ ประสบการณ์ หรือการสร้างแรงบันดาลใจ แอดมองว่าเป็นสิ่งที่ผู้อ่านสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างแน่นอน ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางด้านสังคมเช่นกัน
- สรุป
สำหรับแอด หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือสร้างแรงบันดาลใจที่ดีเล่มหนึ่ง ที่ผู้อ่านสามารถเข้าใจเรื่องราวและคล้อยตามได้ง่าย จากกลวิธีการเล่าเรื่องซึ่งเรียบเรียงออกมาได้เป็นอย่างดี และคุณค่าทางด้านเนื้อหาที่มีความสร้างสรรค์รวมถึงมีคุณค่าทางด้านสังคมที่ทำให้ผู้อ่านได้ข้อคิด แนวทางการใช้ชีวิต และความจรรโลงใจที่สามารถนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตต่อไปในอนาคตได้

ใส่ความเห็น