สำนึกความเป็นชาติ หรือชาตินิยม เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่ปลูกฝังให้ประชาชนมีความรักชาติและภูมิใจในประวิติศาสตร์และความเป็นมาของประเทศตนเอง ได้รับความนิยมมากในศตวรรษที่ 19 จนนำไปสู่แนวคิดการล่าอาณานิคมหรือแนวคิดจักรวรรดินิยม มีจุดประสงค์หลักคือ การเผยแพร่วัฒนธรรมสู่ต่างประเทศโดยการครอบครองดินแดนอื่น เพื่อก้าวสู่ความเป็นใหญ่ หรือความเป็นมหาอำนาจของโลก
ประเทศญี่ปุ่น มีแนวคิดและพัฒนาการเรื่องชาตินิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณ แสดงผ่านความเชื่อ ประเพณี ตำนานพงศาวดารที่เล่าสืบต่อกันมา โดยเฉพาะความเชื่อในเรื่องดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ที่สืบเชื้อสายมาจากเทพแห่งดวงอาทิตย์ ความเชื่อในลัทธิชินโต รวมไปถึงระบบการเมืองการปกครองอย่างซามูไร ดังนั้นความเป็นชาตินิยมของญี่ปุ่นในยุคสมัยนี้ คือการปลุกกระแสนิยมความภาคภูมิใจในความศักดิ์สิทธิ์ และเจริญรุ่งเรืองของวัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นผ่านความสงบสุข และความมีเอกภาพทางการเมืองการปกครอง
การเข้ามาของชาติตะวันตก

การเข้ามาของชาติตะวันตก มีผลอย่างมากต่อความเปลี่ยนแปลงของญี่ปุ่น โดยเฉพาะด้านการขยายอำนาจและแนวคิดทางด้านชาตินิยม ทำให้ญี่ปุ่นมองว่า ตนเองเจริญกว่าชาติอื่นในภูมิภาคเอเชีย จึงเริ่มขยายอิทธิพลไปยังดินแดนอื่นเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมและความตศิวิไลซ์ จนกระทั่งประสบความสำเร็จในการดำรงสถานะเป็นจักรวรรดินิยมเพียงชาติเดียวที่ไม่ใช่ตะวันตก
จักรวรรดินิยมญี่ปุ่น เริ่มต้นจากการที่ชาติตะวันตกเข้ามาติดต่อเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศในภูมิภาคเอเชียในช่วงทศวรรษ 1830 หรือยุคการล่าอาณานิคม ส่งผลกระทบอย่างมากต่อขั้วอำนาจของประเทศในภูมิภาคาเอเชียตะวันออก จากการที่จีนในขณะนั้นอ่อนแอด้วยปัญหาจากการเมืองภายในประเทศ และการพ่ายแพ้สงครามฝิ่นกับชาติตะวันตกถึง 2 ครั้งประกอบกับการที่ญี่ปุ่นเปิดประเทศเจริญสัมพันธไมตรีกับชาติตะวันตกจนนำไปสู่การปฏิรูปประเทศในสมัยเมอิจิ ทำให้ญี่ปุ่นมีความเข้มแข็งทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและกองทัพ รวมไปถึงวิทยาการความรู้ต่างๆ ซึ่งการปฏิวัติเมอิจิในครั้งนี้ มีอุดมการณ์ความรักชาติ และสำนึกความเป็นชาติ โดยการยอมรับวิธีการพัฒนาจากชาวต่างชาติเพื่อป้องกันการตกเป็นประเทศราช และมีความเจริญรุ่งเรืองทัดเทียมกับชาติตะวันตก จนทำให้ญี่ปุ่นขึ้นมามีบทบาทและอำนาจในเอเชียตะวันออก แทนที่ประเทศจีน
หลังจากญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการพัฒนาประเทศ จึงมองความล้าหลังของจีนและเกาหลีว่าเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศในเอเชียตะวันออก เป็นแนวคิดสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นขยายอิทธิพลไปยังดินแดนต่างประเทศ และดำเนินนโยบายการใช้กำลังกับประเทศที่ด้อยกว่า ด้วยการทำลายล้างชาติเพื่อนบ้านอย่างโหดเหี้ยม โดยเฉพาะการบังคับหญิงชาวเกาหลีให้เป็นนางบำเรอแก่ทหารญี่ปุ่นในช่วงสงคราม และการสังหารหมู่ที่นานกิง
ญี่ปุ่นกับการรุกรานเกาหลี

ญี่ปุ่นบุกยึดเกาหลี เนื่องจากเป็นจุดที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากรและแร่ธาตุ โดยเฉพาะเหล็กและถ่านหินซึ่งมีประโยชน์ต่อการปฏิวัติอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ประกอบกับจีนที่เป็นผู้ปกครองเกาหลีขณะนั้นมีความอ่อนแอเป็นอย่างมาก ง่ายต่อการที่ต่างชาติจะเข้ามาครอบครองเกาหลี จีน และต่อเนื่องมาจนถึงญี่ปุ่นในที่สุด
หลังจากการได้เกาหลีมาเป็นประเทศราช ญี่ปุ่นได้ดำเนินนโยบายลัทธิชาตินิยม โดยพยายามลบล้างวัฒนธรรมเกาหลีทั้งหมด และแทนที่ด้วยความเป็นญี่ปุ่นด้วยการห้ามสอนประวัติศาสตร์และภาษาเกาหลีในโรงเรียน การแสดงออกทางวัฒนธรรมเกาหลีถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ชาวเกาหลีถูกบังคับให้มีชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่น หนังสือพิมพ์และหนังสือประวัติศาสตร์ที่เผยแพร่เป็นภาษาเกาหลีจำนวนมากถูกทำลาย ตลอดไปจนถึงการห้ามสื่อสารภาษาเกาหลีภายในประเทศ เป็นต้น
ทั้งนี้ช่วงสงคราม ญี่ปุ่นกอบโกยทั้งทรัพยากรแร่ธาตุ และทรัพยากรแรงงานจากเกาหลีเป็นจำนวนมากที่จำเป็นต่อการทำสงคราม ทั้งการเกณฑ์แรงงานผู้ชายเกาหลีเพื่อเข้าทำงานในกองทัพ และในโรงงานอุตสาหกรรม อีกทั้งยังบังคับสตรีชาวเกาหลีเพื่อเป็นนางบำเรอแก่ทหารญี่ปุ่นในการทำสงคราม
ญี่ปุ่นกับการรุกรานจีน

สงครามระหว่างจีนและญี่ปุ่นเกิดขึ้นด้วยกันทั้งหมด 2 ครั้ง โดยญี่ปุ่นอ้างว่าการทำสงครามเป็นการนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่จีน ในครั้งแรก สงครามมีชนวนเหตุมาจากการแย่งชิงดินแดนเกาหลี ผลของสงครามคือญี่ปุ่นเป็นฝ่ายชนะถือเป็นการเปลี่ยนขั้วอำนาจของผู้มีบทบาทในประเทศเอเชียตะวันออก ชัยชนะของญี่ปุ่นเหนือจีนในครั้งนี้ ทำให้ญี่ปุ่นได้เปรียบ และมีสิทธิในเกาหลีแทบทุกด้าน สร้างความไม่พอใจแก่ชาติตะวันตกโดยเฉพาะรัสเซีย และฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก จนมีนโยบายจะใช้กำลังกับญี่ปุ่น
ช่วงเวลานี้ ญี่ปุ่นไม่สามารถที่จะต้านทานกองทัพจากชาวต่างชาติได้ จึงต้องตกลงทำตามเงื่อนไข
ของชาติตะวันตกโดยการยอมคืนดินแดนให้แก่จีน สร้างความไม่ไม่พอใจกับประชาชนชาวเกาหลีเป็นอย่างมากจนเกิดเป็นกระแสชาตินิยมในการต่อต้านชาติตะวันตก โดยการพยายามพัฒนาประเทศ จากการปรับปรุงกองทัพ อุตสาหกรรม วิทยาศาศาสตร์ และยุทโธปกรณ์ให้มีความมั่นคงแข็งแรง เพื่อใช้เป็นหลักในการขยายอำนาจของประเทศญี่ปุ่นในอนาคต
หลังการปรับปรุงและพัฒนาด้านการทหาร ญี่ปุ่นกลับมารุกรานจีนอีกครั้งในสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่ 2 และสามารถมีชัยชนะเหนือจีนได้อีกครั้งหนึ่ง ผลของการเข้ามายึดครองจีนในครั้งนี้ ทำให้จีนได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ทั้งในด้านการเสียเมืองและเสียกำลังคน โดยเฉพาะเหตุการณ์สำคัญอย่างกางการสังหารหมู่ที่นานกิง ซึ่งกองทัพญี่ปุ่นได้เช่นฆ่าชาวจีนอย่างโหดเหี้ยมด้วยสารพัดวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเผาทั้งเป็น การฝังทั้งเป็น การยิงทิ้ง การแทงด้วยดาบปลายปืน การข่มขืนกระทำชำเราผู้หญิง เป็นต้น
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของลัทธิชาตินิยม ตรงกับแนวคิดของชาร์ล ดาร์วินที่ว่า ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นจึงอยู่รอด ดังนั้น การยึดครองจีนและการสังหารหมู่ที่นานกิง จึงเป็นเหมือนการประกาศความยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น เพื่อให้ต่างประเทศรู้สึกเกรงกลัว
ญี่ปุ่นกับชัยชนะเหนือรัสเซีย

หลังจากชัยชนะเหนือจีนในสงครามครั้งที่ 1ญี่ปุ่นเข้ามามีบทบาทในเกาหลีอย่างเต็มตัว และมุ่งที่จะครอบครองแมนจูเรียซึ่งอยู่ในความครอบครองของรัสเซีย ทำให้เกิดความขัดแย้งกันทางด้านอิทธิพลและผลประโยชน์ จนนำไปสู่สงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่นขึ้น ผลของสงครามในครั้งนี้คือ รัสเซียไม่สามารถต้านทานแสนยานุภาพด้านกำลังทหารของญี่ปุ่นได้ ประกอบกับความเหนื่อยล้าจากสงครามที่ยาวนาน จนทำให้รัสเซียพ่ายแพ้ต่อญี่ปุ่นในที่สุด
อิทธิพลตะวันตกต่อญี่ปุ่น
จากสงครามระหว่างญี่ปุ่นและประเทศต่างๆ ทั้งจีน เกาหลี รัสเซีย เป็นส่วนหนึ่งของตัวอย่างแนวคิดของชาติตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นจักรวรรดินิยม ทฤษฎีการอยู่รอดของชาร์ล ดาร์วิน และแนวคิดด้านความเหนือกว่าเชื้อชาติ มีผลต่อพัฒนาความคิดชาตินิยมของชาวญี่ปุ่นทั้งหมดในยุคสมัยนี้ ตั้งแต่ความพยายามในการรอดพ้นจากการเป็นประเทศราชของชาติตะวันตก การพยายามสร้างสถานะให้ทัดเทียมกับชาติตะวันตก ด้วยการพัฒนาประเทศให้มีความทันสมัย รวมไปถึงการขยายอำนาจไปยังดินแดนต่างๆด้วยวิธีการขูดรีดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และการใช้กำลังกับประชาชนในท้องถิ่น ทั้งนี้จึงทำให้ญี่ปุ่นได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศจักรวรรดินิยม
ปัจจัยที่ทำให้ญี่ปุ่นขึ้นเป็นจักรวรรดินิยม ส่วนหนึ่งมาจากการที่ญี่ปุ่นขยายอิทธิพลไปยังดินแดนที่มีความใกล้เคียงทางด้านวัฒนธรรม ทำให้มีความสะดวกในการยึดครองและควบคุม อีกทั้งการมีความใกล้เคียงกันทางด้านวัฒนธรรม ทำให้การปกครองด้วยอาณานิคมมีความเข้าใจวัฒนธรรรมซึ่งกันและกันมากกว่าชาติตะวันตกที่ปกครองชนพื้นเมืองด้วยความแตกต่างกันทางด้านวัฒนธรรมอย่างสิ้นเชิง แต่อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นยังคงเผชิญหน้ากับการต่อต้านอาณานิคมเช่นกัน
ญี่ปุ่นกับการเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2

ทั้งนี้การมีชัยชนะเหนือจีนและรัสเซีย ทำให้ญี่ปุ่นได้รับการยกย่องมากยิ่งขึ้น จากการสามารถเอาชนะประเทศผู้ยิ่งใหญ่ในเอเชียตะวันออก และการเป็นชาติเอเชียที่สามารถเอาชนะชาติตะวันตกได้ อีกทั้งญี่ปุ่นยังมั่นใจในศักยภาพด้านกองกำลังทหารของตนเอง จึงทำการรุกรานประเทศอื่นๆต่อเนื่องอย่างไม่เกรงกลัว และประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกาโดยการส่งระเบิดไประเบิดเรืออริโซน่าที่อ่าวเพิร์ล ฮาร์เบอร์ เป็นการโจมตีอย่างฉับพลันของญี่ปุ่นที่สร้างความเสียหายต่อสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก ถือเป็นชนวนที่ทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นในทวีปเอเชีย และเป็นใบเบิกทางให้สหรัฐเมริกาเข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างเต็มตัว
การยุติสงครามในครั้งนี้ เกิดจากการที่สหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิด 2 ลูกที่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิของญี่ปุ่น ส่งผลให้ญี่ปุ่นสูญเสียกำลังทหารและกำลังคนเป็นจำนวนมาก อีกทั้งระเบิดยังสร้างความเสียหายต่อประเทศอย่างหนัก เมื่อญี่ปุ่นเห็นว่าตนเองไม่สามารถต่อสู้ได้ จึงประกาศยอมแพ้สงครามในที่สุด
สภาวะหลังสงคราม และความเจริญก้าวหน้าของญี่ปุ่น

การพ่ายแพ้ของญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งในด้านการสูญเสียอำนาจ อย่างการถูกยึดครองโดยชาวต่างชาติเป็นครั้งแรก รวมไปถึงการสูญเสียดินแดนอาณานิคมและอิทธิพลต่างๆ โดยเฉพาะผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ ที่ต้องชะงักตัวลง และประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากภัยของสงคราม
ความกดดันในสังคมญี่ปุ่นขณะนั้น ทำให้ชาวญี่ปุ่นต้องการฟื้นฟูประเทศของตนเอง สู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่า ประกอบกับการที่สหรัฐอเมริกาเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้ญี่ปุ่นเรียนรู้โลกทัศน์ของสหรัฐอเมริกาจนนำไปสู่การพัฒนาทั้งในด้านการเงิน การเมือง สังคม โดยเฉพาะเศรษฐกิจ ที่ญี่ปุ่นมีการเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างเต็มรูปแบบ รวมไปถึงการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน ซึ่งถือเป็นตัวผลักดันให้ระบบเศรษฐกิจของญี่ปุ่นมีอัตราการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยใช้ระยะเวลาเพียง 20 ปีเท่านั้น ดังนั้นอุดมการณ์แห่งชาติหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงเน้นไปที่การพัฒนาเศรษฐกิจ การมีความรู้ของประชาชน และการมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย
ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นยังคงเป็นประเทศที่ต่างชาติทั่วโลกให้การยอมรับในด้านของการเป็นมหาอำนาจทางด้านเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตของพลเมืองที่ค่อนข้างสูง ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี และอุตสาหกรรม การสื่อสาร และอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ
สรุป
จักรวรรดินิยมในช่วงศตวรรษที่ 19 มีความรุนแรงจนหลายชาติต้องตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของ
ชาติตะวันตก แต่ญี่ปุ่นไม่เพียงสามารถเอาตัวรอดได้เท่านั้น แต่ยังคงพัฒนาประเทศให้กลายเป็นมหาอำนาจและกลายเป็นหนึ่งในประเทศจักรวรรดินิยมที่เป็นชาติเอเชียเพียงหนึ่งเดียว ทั้งนี้จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมด สามารถแบ่งพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของ สำนึกความเป็นชาติหรือชาตินิยมของประเทศญี่ปุ่นได้เป็น 3 สมัย คือ สมัยโบราณ สมัยการล่าอาณานิคม และสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ในสมัยโบราณ สำนึกความเป็นชาตินิยมจะเป็นความภาคภูมิใจในสังคมและวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นความภูมิใจในความเชื่อเรื่องการเป็นลูกของพระอาทิตย์ ลัทธิชินโต และซามูไร สิ่งเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างบ้านเมืองที่สงบสุข และเจริญรุ่งเรือง
ต่อมาสำนึกความเป็นชาติเริ่มเปลี่ยนไปจากการเข้ามามีอิทธิพลของชาติตะวันตก โดยการพยายามมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศให้ทัดเทียมกับชาติตะวันตก จนเกิดแนวคิดที่ตนเองเหนือกว่าคนในชนชาติเอเชีย จนนำไปสู่การสร้างจักรวรรดินิยมและเข้ารุกรานดินแดนอื่น ในลักษณะเช่นเดียวกับชาติตะวันตก ทั้งนี้การยอมรับและพัฒนาประเทศตามแนวทางของชาติตะวันตกนั้น มีเป้าหมายเพื่อการป้องกันการตกเป็นประเทศราช สร้างสถานะให้มีความเท่าเทียมกับชาติตะวันตก และเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจให้มีความเจริญรุ่งเรือง
อย่างไรก็ตาม แนวความคิดตามลัทธิการล่าอาณานิคมของชาวต่างชาติเปลี่ยนไปอีกครั้ง เนื่องจากการพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบอย่างหนัก จนนำไปสู่อุดมการณ์แห่งชาติในการปรับเปลี่ยนจากการมุ่งต่อสู้กันด้วยกองกำลังทางการทหาร มาสู่การต่อสู้กันด้วยสงครามทางการค้า
ด้วยปัจจัยเหล่านี้ จึงทำให้ญี่ปุ่นสามารถพลิกสถานการณ์เศรษฐกิจให้มีความเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง จนกลายเป็นมหาอำนาจทางด้านเศรษฐกิจของโลกอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ความสำเร็จของ ญี่ปุ่นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะหารพัฒนาทางด้านวัตถุเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการพัฒนาทางด้านความรู้ของประชาชนประกอบตัวย ทั้งยังปลูกฝังความอดทน วินัย ความเสียสละ การมีคุณธรรม และโดยเฉพาะการรักชาติ ที่ทำให้ประเทศญี่ปุ่นประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้
เอกสารอ้างอิง
จีน: ประวัติศาสตร์การเมืองและเศรษฐกิจ. (ม.ป.ป.). สืบค้นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2563.จาก flle://C:/Users/Administrator.1.5OLKY6VOOOHYCJ/Desktop/จีน.ประวัติศาสตร์การเมืองและเศรษฐกิจ.pdf
จีนราชวงศ์แมนจู การเข้ามาของชาติตะวันตก. (2563). สืบค้นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2563.จาก สไลด์รายวิชา ศศปศ ๓๓๐ ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกขั้นแนะนำ
ญี่ปุ่น: ประวัติศาสตร์การเมืองและเศรษฐกิจ. (ม.ป.ป.). สืบค้นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2563.จาก file://C:/Users/Administrator.150LKY6V000HYCJ/Desktop/ญี่ปุ่น-ประวัติศาสตร์การเมืองและเศรษฐกิจ.pdf
ญี่ปุ่นสมัยใหม่. (2563). สืบคันเมื่อ 20 พฤษภาคม 2563.จาก สไลด์รายวิชา ศศปศ ๓๓๑ ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกขั้นแนะนำ
ศิริพร ดาบเพชร (2556). ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นสมัยใหม่: จากปลายสมัยโทกุงาวะถึงการสิ้นสุดจักรวรรดินิยมญี่ปุ่น.กรุงเทพฯ: เลย์ปรินส์การพิมพ์
ศิริพร ดาบเพชร (2559). อิทธิพลตะวันตกกับจักรวรรดินิยมญี่ปุ่น. วารสารประวัติศาสตร์, 57-73
รูปภาพประกอบเรื่องจาก : ChatGPT

ใส่ความเห็น