เกาหลีเหนือ-ใต้: สงครามเย็นที่ไม่เคยจบสิ้น จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งและผลกระทบต่อบริบทโลก

Published by

on

การแบ่งแยกดินแดนเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้
การแบ่งแยกดินแดนเกาหลีเหนือและเกาหลีได้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามเย็น โดยเป็นสงครามระหว่างประชาธิปไตยจากฝั่งสหรัฐอเมริกา และฝ่ายคอมมิวนิสต์จากฝั่งโซเวียต โดยที่ทั้ง 2 ประเทศนี้ไม่ได้ทำการรบกันเองแต่เป็นการใช้สงครามตัวแทนเป็นตัวกลางในการรบ โดยที่ทางฝั่งอเมริกาและโซเวียตเป็นผู้ให้การสนับสนุนอาวุธและยุธโธปกรณ์ต่างๆ เพื่อเป็นกำลังสนับสนุสนกองกำลังของฝั่งตนเอง และเกาหลีก็เป็นหนึ่งในสมรภูมินั้น
ภูมิหลังและความเป็นมาของสงครามเกาหลี
  • เกาหลีภายใต้การปกครองของจีน
แรกเริ่มเกาหลีอยู่กระจัดกระจายกันเป็นชนเผ่า จนกระทั่งการขยายอิทธิพลของจีนราชวงศ์ฮั่น
ทำให้เกาหลีรวมตัวกันเป็นปึกแผ่น แต่หลังจากที่ราชวงศ์ฮั่นล่มสลาย เกาหลีจึงปกครองตนเองตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยแบ่งอำนาจการปกครองตาม 4 ชนเผ่า ได้แก่ โคกูรยอ แพกแจ กายา และชิลลา
สภาพบ้านเมืองในเวลานี้วุ่นวายเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีการแบ่งแยกอำนาจการปกครองตามแว่นแคว้นต่างๆ และมีการแย่งชิงอำนาจความเป็นใหญ่ระหว่างอาณาจักรเล็กๆตลอดเวลา จนกระทั่งถึงอาณาจักรโชซอนในค.ศ. 1392 เป็นต้นมา เกาหลีได้รวมตัวกันเป็นปึกแผ่นและสามารถครอบครองอำนาจเป็นราชอาณาจักรหนึ่งเดียวได้ถึง 518 ปี
  • เกาหลีภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น
ในศตวรรษที่ 19 เป็นยุคแห่งการล่าอาณานิคม โดยที่ชาติตะวันตกเข้ามามีบทบาทอย่างมาก ญี่ปุ่นเห็นถึงปัญหาของภัยคุกคามนี้ จึงพยายามป้องกันตนเองให้รอดพ้นจากการตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตก โดยการยึดประเทศเกาหลี เนื่องจากประเทศเกาหลีถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ประกอบกับจีนที่เป็นผู้ปกครองเกาหลีในสมัยนั้นมีความอ่อนแอเป็นอย่างมาก ง่ายต่อการที่ชาติตะวันตกจะเข้ามารุกรานจีน เกาหลี และต่อเนื่องมาจนถึงญี่ปุ่น
เกาหลีตกเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่นต่อเนื่องยาวนาน 35 ปี จนกระทั่งญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามโลกรั้งที่ 2 ในปี 1945 จึงทำให้เกาหลีหลุดพ้นจากการเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น
  • เกาหลีภายใต้การปกครองของสหรัฐอเมริกาและโซเวียต
จากการพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ของญี่ปุ่นครั้งนี้ ทำให้เกิดชาติมหาอำนาจโลกขึ้น 2 ฝั่ง ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและโซเวียตที่แข่งขันกันทางด้านการขึ้นมาเป็นมหาอำนาจของโลก ผ่านการพยายามเผยแพร่แนวคิดด้านการปกครองให้แก่ประเทศทั่วโลก โดยทางฝั่งอเมริกานิยมประชาธิปไตย และโซเวียตนิยมคอมมิวนิสต์ เกาหลีเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบนี้
เมื่อทั้งสหรัฐอเมริกา และโซเวียตเห็นว่าเกาหลีว่างเว้นจากประเทศผู้ปกครอง จึงพยายามเข้าครอบคลุมพื้นที่บริเวณคาบสมุทรเกาหลี โดยที่อเมริกาเข้าครอบคลุมพื้นที่เกาหลีบริเวณฝั่งใต้ ในขณะที่โซเวียตเข้าครอบคลุมพื้นที่บริเวณฝั่งเหนือ ทำให้เกาหลีเริ่มมีการแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 2 ฝั่ง
สาเหตุการแบ่งแยกดินแดนเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้
สหภาพโซเวียตต้องการให้เกาหลีปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ ในขณะที่สหรัฐอเมริกาต้องการให้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย และด้วยความแตกต่างนี้เองทำให้ไม่สามารถตกลงกันได้ เพราะต่างฝ่ายต่างควบคุมเกาหลีซึ่งแบ่งแยกดินแดนโดยใช้เส้นขนานที่ 38 ด้วยเหตุที่สหรัฐอเมริกาไม่เห็นด้วยกับระบอบคอมมิวนิสต์ จึงยังควบคุมเกาหลีส่วนใต้เพื่อคานอำนาจกับสหภาพโซเวียต และส่งเรื่องให้สหประชาชาติรับรองความเป็นประเทศให้แก่เกาหลีทางใต้เพียงส่วนเดียว จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกาหลีแยกออกเป็น 2 ประเทศคือเกาหลีเหนือและเกาหลีได้โดยสมบูรณ์ในปี 1948
การปะทุของสงครามเกาหลี
หลังจากมีการแบ่งแยกประเทศในปี 1948 จากนั้น 2 ปีถัดมา เกาหลีเหนือได้บุกเคลื่อนผ่านเส้นขนานที่ 38 เพื่อเข้าโจมตีเกาหลีใต้ มีจุดประสงค์เพื่อรวบรวมดินแดนเกาหลีทั้งหมดให้กลับมาเป็นประเทศเดียวกันอีกครั้งโดยใช้วิธีการที่รวดเร็วและรุนแรง ประกอบกับโซเวียตและจีนที่เป็นคอมมิวนิสต์ ให้การสนับสนุนทหารและอาวุธเข้ามาช่วยเป็นกองกำลังในสงครามครั้งนี้ ทำให้เกาหลีเหนือสามารถยึดครองเมืองสำคัญอย่าง เคซอง ชุนชีออง อูจองบู และอองจินของเกาหลีใต้ไว้ได้
ระยะแรก สหรัฐอเมริกายังไม่ได้แสดงจุดยืนในการเข้าช่วยเหลือเกาหลีใต้ แต่หลังจากเหตุการณ์ที่สหภาพโซเวียตคว่ำบาตรองค์กรสหประชาชาติ ทำให้อเมริกาขึ้นเป็นใหญ่ในองค์กรสหประชาชาติ และมีสิทธิ์ตัดสินใจในการให้ทุกประเทศสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในสงครามเกาหลีอย่างเต็มตัว ประกอบไปด้วยประเทศ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ ฝรั่งเศส แอฟริกาใต้ ตุรกี ไทย กรีซ เนเธอร์แลนด์ เอธิโอเปีย โคลัมเบีย ฟิลิปปินส์ เบลเยี่ยม และลักแซมเบิร์ก
จากการที่สหรัฐอเมริกาเปิดโอกาสให้ต่างประเทศศสามารถเข้าแทรกแซงสถานการณ์ในเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ได้ ส่งผลให้เกาหลีใต้มีกำลังมากพอที่จะต่อกรกับเกาหลีเหนือ จนสามารถทำให้เกาหลีเหนือถอยทัพออกจากเกาหลีใต้และบุกข้ามพรหมแดนไปยังดินแดนเกาหลีเหนือ ในขณะนั้นทั้งโซเวียตและจีนที่ให้การสนับสนุนคอมมิวนิสต์ ก็ยังคงส่งอาวุธและกองกำลังเพื่อช่วยสนับสนุนเกาหลีเหนือเช่นกัน
สงครามเกาหลีเป็นสงครามครั้งแรกที่มีการรบกันด้วยเครื่องบินเจ็ท โดยสหรัฐเมริกาได้ทิ้งระเบิดเพื่อป้องกันไม่ให้สหภาพโซเวียตส่งเสบียงมายังเกาหลีเหนือ ส่วนทางด้านสหภาพโซเวียตก็ตอบโต้ด้วยกองกำลังทางอากาศเช่นกัน จึงทำให้สงครามครั้งนี้ทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม
สงครามเกาหลีดำเนินต่อเนื่องยาวนานถึง 4 ปี จนกระทั่งในปี 1953 โจเซฟ สตาร์ลิน ผู้นำสหภาพโซเวียตได้เสียชีวิตลง ประกอบกับรัฐบาลชุดใหม่ที่ขึ้นมาแทนที่ ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต่อสู้ในสงครามครั้งนี้อีกต่อไปจึงได้ลดการจัดส่งอาวุธต่างๆเพื่อให้การสนับสนุนเกาหลีเหนือลง เหตุการณ์ดังกล่าวจึงเริ่มสงบ และยุติลงในที่สุดจากการเซ็นสนธิสัญญาสงบศึก
ผลลัพธ์
  • การแบ่งแยกดินแดนเกาหลีเหนือ-ใต้
ผลลัพธ์สำคัญที่สุดของสงครามในครั้งนี้คือ การแบ่งดินแดนออกเป็น 2 ประเทศได้แก่เกาหลีเหนือที่มีระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ และเกาหลีใต้ที่มีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย โดยมีการสถาปนาเขตปลอดทหารขึ้นบริเวณเส้นพรหมแดน ซึ่งห้ามข้ามไปมาระหว่างประเทศ โดยมีระยะห่างของรัฐกันชน 4 กิโลเมตร ดังที่ได้เห็นมาจนถึงปัจจุบัน
  • การบาดเจ็บล้มตาย
เนื่องจากสงครามครั้งนี้ มีการต่อสู้โดยใช้เครื่องบินทั้งระเบิด เป็นเหตุที่ทำให้ประชาชนรวมไปถึงกองกำลังทหารจากหลากหลายประเทศ บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก
  • เศรษฐกิจซบเซา
เนื่องจากสงคราม สิ่งของ บ้านเรือน และประชาชนได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ส่งผลให้เศรษฐกิจของทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ชะลอตัวลง จนต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงอยู่นานนับทศวรรษ ก่อนที่ในค.ศ. 1975 เศรษฐกิจในเกาหลีเหนือจึงเริ่มฟื้นตัว และถดถอยลงอย่างรวดเร็วจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ในขณะที่อัตราการเจริญเติบโตของเกาหลีใต้ในช่วงแรก เจริญเติบโตช้ากว่าเกาหลีเหนือ แต่ในระยะเวลาถัดมา สามารถขยายตัวอย่างรวดเร็วจนก้าวนำเกาหลีเหนือได้จนถึงปัจจุบัน
จุดเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในบริบทโลก
จากสถานการณ์การแบ่งแยกดินแดนเกาหลีเหนือ – ใต้มีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในบริบทโลกทั้งหมด 4 เหตุการณ์ ดังนี้
  • การล่าอาณานิคม
ในศตวรรษที่ 19 เป็นยุคแห่งการล่าอาณานิคมเพื่อความเป็นใหญ่ของประเทศตะวันตก โดยที่เกาหลีเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบนั้น กล่าวคือ เกาหลีไม่เคยว่างเว้นจากการตกเป็นประเทศในอาณานิคม เริ่มต้นจากการตกเป็นอาณานิคมของจีน ญี่ปุ่น จนกระทั่งการตกเป็นอาณานิคมของสหรัฐอเมริกาและสหภาพโขเวียดซึ่งเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดสงครามเกาหลี จึงถือเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างสงครามเกาหลีกับการล่าอาณานิคม
  • การแบ่งขั้วอำนาจออกเป็นประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์
ภายหลังจากญี่ปุ่นแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เกิดขั้วมหาอำนาจขึ้นเป็น 2 ฝั่ง ได้แก่สหรัฐอเมริกาที่นิยมระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย และสหภาพโซเวียตที่นิยมระบอบการปกครองแบบบคอมมิวนิสต์ ดังนั้น จุดเชื่อมโยงของสงครามเกาหลีกับสถานการณ์ในบริบทดังกล่าว คือการที่เกาหลีถูกแบ่งแยกดินแดนออกเป็น 2 ประเทศ ได้แก่ เกาหลีเหนือที่ปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ และเกาหลีใต้ปกครองระบอบประชาธิปไตย
  • สงครามเย็น
หลังจากญี่ปุ่นแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เกิดขั้วอำนาจใหม่ด้านการเมืองการปกครอง 2 ประเทศได้แก่ สหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียต ทำให้มีการต่อสู้เพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ผ่านสงครามตัวแทนที่เรียกว่าสงครามเย็น โดยที่เกาหลีถือเป็นหนึ่งประเทศที่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย โดยจุดเชื่อมโยงของสงครามเกาหลีกับสงครามเย็น นั่นคือ การที่สงครามเกาหลีเป็นต้นแบบของสงครามเย็นในเวลาถัดมา
สงครามเกาหลี เป็นการปะทะด้วยอาวุธครั้งแรกของสงครามเย็น และถูกวางเป็นมาตรฐานของ
ความขัดแย้งอีกหลายครั้งในเวลาต่อมา กล่าวคือ การที่สองขั้วมหาอำนาจโลกอย่างประชาธิปไตย และคอมมิวนิสต์ ต่อสู้กันในประเทศอื่น เป็นการขยายตัวของสงครามเย็นโดยใช้สงครามตัวแทนในการต่อสู้
  • การที่สหรัฐอเมริกามีบทบาทต่อสังคมโลกมาจนถึงปัจจุบัน
จุดเชื่อมโยงระหว่างสถานการณ์ของสงครามเกาหลี นั่นคือ การที่สงครามเกาหลีเป็นส่วนหนึ่งของสงครามเย็นซึ่งเป็นการต่อสู้กันระหว่างคอมมิวนิสต์และประชาธิปไตย ซึ่งสงครามในครั้งนี้ ประชาธิปไตยเป็นฝ่ายชนะ นั่นจึงทำให้สหรัฐอเมริกาขึ้นมามีบทบาทต่อสังคมโลกมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งในด้านการเมืองการปกครองและเศรษฐกิจ โดยมีนโยบายสำคัญที่สหรัฐอเมริกาพยายามปรับเปลี่ยน นั่นคือการพยายามทำให้ทุกประเทศทั่วโลกเป็นประชาธิปไตย
สรุป
สงครามเกาหลีเป็นสงครามตัวแทนในช่วงยุคสงครามเย็น มีสาเหตุมาจากความไม่ลงตัวในระบอบการปกครอง จึงทำให้เกาหลีแยกออกเป็น 2 ประเทศ ได้แก่ เกาหลีเหนือที่ปกครองแบบคอมมิวนิสต์ และเกาหลีใต้ที่ปกครองแบบปประชาธิปไตย การเกิดสงครามในครั้งนี้ ทำให้ประชาชนรวมไปถึงกองกำลังทหารบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังทำให้เศรษฐกิจของทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ชะลอตัวลง จนต้องใช้เวลาในการพัฒนาอยู่นานหลายปี
จุดเชื่อมโยงระหว่างเหตุการณ์สงครามเกาหลีกับสถานการณ์ในบริบทโลก สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 เหตุการณ์ ได้แก่ การล่าอาณานิดม การแบ่งขั้วอำนาจเป็นประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์ สงครามเย็นและการที่สหรัฐอเมริกากลายเป็นประเทศที่มีบทบาทต่อสังคมโลกมาจนถึงปัจจุบัน
โดยจุดเชื่อมโยงระหว่างสงครามเกาหลีกับการล่าอาณานิคม คือการที่เกาหลีเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการล่าอาณานิคม จนทำให้ต้องมีการแบ่งประเทศออกเป็น 2 ดินแดนตามรูปแบบการปกครองซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในบริบทโลกคือการแบ่งขั้วอำนาจออกเป็นประชาธิปไตย และคอมมิวนิสต์
ในส่วนของจุดเชื่อมโยงระหว่างสงครามเย็นและสงครามเกาหลี นั่นคือการที่สงครามเกาหลีถูกใช้เป็นต้นแบบของสงครามเย็นในระยะเวลาถัดมา ซึ่งการเป็นส่วนหนึ่งของสงครามเย็น ก็สามารถเชื่อมโยงกับบทสรุปที่สหรัฐอเมริกากลายเป็นประเทศที่มีบทบาทต่อสังคมโลกมากที่สุดมาจนถึงปัจจุบันนั่นเอง
เอกสารอ้างอิง
ดำรง ฐานดี. (ม.ป.ป.). เกาหลีในยุคอาณาจักรโซชอน. สืบค้นเมื่อ 14 พฤษภาคม 2563, จาก (เกาหลี) ยุคอาณาจักรโชซอน.pdf – Google ไดรฟ์
ประยุทธ เปี่ยมสุวรรณ์. (ม.ป.ป.). ภาคที่ 71 สงครามเกาหลี. สืบค้นเมื่อ 14 พฤษภาคม 2563, จาก https://sites.google.com/site/aircadet3023/warhistory-1/warhistory
ยอดชาย วีถีพานิชย์. (2561). ปัญหาคาบสมุทรเกาหลีจากจุดเริ่มต้นถึงความหวังที่ยังรออยู่. สืบค้นเมื่อ 14 พฤษภาคม 2563, จาก ewt_dl_link.php
อักษราภัค ชัยปะละ. (2560). เส้นทางใต้ของผู้อพยพชาวเกาหลีเหนือ: พลวัตและปัญหา. วารสารสังคมศาสตร์, 47(1) 68-80. 
Point of view. (2561), สรุปสงครามเกาหลีใน 10 นาที. สืบค้นเมื่อ 14 พฤษภาคม 2563, จาก สรุปสงครามเกาหลีใน 10 นาที | Point of View – YouTube

ใส่ความเห็น