รู้เท่าทันอารมณ์ ปรุงรสชาติชีวิตให้กลมกล่อม

Published by

on

ในเวลาหนึ่งวัน คนเรามีอารมณ์ความรู้สึกมากกว่าสิบอารมณ์ ซึ่งแปรผันตามสถานการณ์ คนรอบข้าง และสิ่งแวดล้อม และหลายครั้งอารมณ์ก็เป็นตัวควบคุมการแสดงออกของเรา โดยที่เราไม่ทันสังเกตเห็น  จะว่าไปแล้วความรู้สึกก็เหมือนการชิมอาหารรสชาติไม่กลมกล่อม บางจานเผ็ดเกินไป หวานเกินไป เปรี้ยวเกินไป หรือเค็มจนเกินไป เมื่อลิ้นของเราได้รับสัมผัสรสชาติต่างๆ เข้าไปแล้ว ก็จะมีการแสดงออกทางสีหน้า และท่าทางที่แตกต่างกันไป อาจสามารถเรียกรสเหล่านี้ได้ว่า เป็น “รสชาติของชีวิต”

เริ่มกันที่รสชาติแรกที่ทุกคนชื่นชอบมากที่สุด นั่นคือรสชาติของความสุข ทั้งนี้เราคงคุ้นเคยอย่างดีกับคำบอกกล่าว “ถ้าอยากหายเครียดให้กินของหวาน” นั่นเพราะหลังจากลิ้นของเราสัมผัสถึงความหวาน ร่างกายจะตอบสนองด้วยการหลั่งสารที่กำหนดความสุขออกมา นั่นจึงเป็นสาเหตุของการเปรียบเทียบความสุขเหมือนของหวาน

ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว หากเราบริโภคของหวานเข้าไปเป็นจำนวนมาก ย่อมไม่เกิดผลดี เพราะอาจทำให้เกิดโรคต่างๆตามมา แต่ความสุขในชีวิตคนเราเป็นสิ่งตรงกันข้าม เพราะยิ่งเราบริโภคความสุขเข้าไปมากเท่าไหร่ จะทำให้ร่างกายและจิตใจของเราแข็งแรงมากขึ้นเท่านั้น เพราะความสุข ส่งผลกระทบต่อความคิด ทำให้เราเป็นคนมองโลกในแง่บวกมากยิ่งขึ้น และเมื่อใดที่มีอุปสรรคเข้ามา เราจะมองปัญหาเล็กลงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากพื้นที่ความสุขในจิตใจของเรา มีบริเวณกว้างมากกว่าพื้นที่ความทุกข์ 

แน่นอนว่า ชีวิตคนเราไม่ได้มีความสุขในทุกวัน บางครั้งก็มีอารมณ์ผิดหวังเข้ามาแทรกซึมได้เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตมากๆ  ความเจ็บปวดที่เราต้องเผชิญเป็นประสบการณ์ของชีวิต จึงเหมือนกับยารสขม ที่ไม่อร่อย แต่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะการเรียนรู้อารมณ์ที่หลากหลายเหล่านี้ เป็นเครื่องรับมือในการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เข้ามาในชีวิต ขณะเดียวกัน ตัวเราเองก็ยังสามารถที่จะมีความสุขอยู่ได้

หลายครั้งที่เราพยายามหลบซ่อนความรู้สึกเจ็บปวดไว้ข้างใน เพื่อไม่ให้สังคมภายนอกได้เห็น ผ่านการแสดงออกว่าสบายดี แต่ความเป็นจริง  เรารู้ตัวเองดีว่า ข้างในนั้นหนักหนาแค่ไหน ดังนั้นอย่าพยายามที่จะหลีกเลี่ยงมัน เพราะความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นนั้น คุณไม่ได้เป็นอะไรเลย แต่คุณแค่กำลังเป็นมนุษย์ และมนุษย์ก็มักใช้ความเจ็บปวด เป็นตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของชีวิต 

“ถ้าคุณกำลังรู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส คุณไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย คุณแค่มีชีวิต การเป็นมนุษย์มันไม่ได้ยากเพราะคุณใช้ชีวิตผิด แต่มันยาก เพราะคุณใช้ชีวิตถูกต่างหาก

-เกลนน็อน ดอยล์

ทั้งนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เมื่อมีความเจ็บปวดเข้ามาในชีวิต การเริ่มต้นใหม่ครั้งต่อไปของคุณจะเป็นสิ่งที่ยากมากขึ้น เพราะความกลัวเกิดขึ้นในใจของคุณ คุณกลัวที่จะผิดหวัง กลัวที่จะล้มเหลว กลัวที่จะถูกวิจารณ์ จนนำไปสู่การไม่กล้าออกมาจากพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง เปรียบกับการได้ลองชิมผลไม้รสฝาด เพียงแค่ชิมครั้งเดียว คุณก็ขยาดที่จะชิมในครั้งต่อๆไป ทั้งที่ความจริงแล้วผลไม้ที่ฝาดในตอนแรก พอกินไปนานๆ มันอาจจะหวานขึ้นมาก็ได้

อย่างไรก็ตาม ความกลัวที่เกิดขึ้นไม่ใช่สิ่งที่ผิด เพราะสังคมมีการตีกรอบแห่งความถูกผิดเอาไว้ และเราไม่อาจรู้ได้เลยว่า กรอบที่สังคมกำหนดเอาไว้ให้นั้น มันถูกหรือผิดจริงๆหรือเปล่า ดังนั้นจงอย่าปล่อยให้ความกลัว ทำให้คุณไม่กล้าตัดสินใจทำอะไร เพราะสิ่งใหม่ๆรอคอยคุณอยู่เสมอ เพียงแค่ลงมือทำ

นอกจากนี้ จงอย่าปล่อยให้ความโกรธครอบงำชีวิตของคุณ เพราะความโกรธมีผลต่อการแปรปรวนของอารมณ์ ทำให้สมองขาดเหตุผล และการยับยั้งชั่งใจชั่วคราว จนนำไปสู่การทำสิ่งต่างๆที่ไม่คาดคิดมากมาย แต่ไม่ว่าอย่างไร คนเราก็จำเป็นต้องมีความโกรธในชีวิต ไว้เป็นแรงกระตุ้นให้ทำอะไรบางอย่าง หรือเพื่อระบายความกดดันต่างๆ ที่เก็บสะสมไว้ในใจ ก็เหมือนกับการกินอาหารรสเผ็ด เมื่อกินเข้าไปจะเกิดความแปรปรวนในร่างกาย  ถ้ากินมากเกินไป จะทำให้เกิดผลเสีย แต่ถ้ากินแต่พอดี ความเผ็ดจะเป็นประโยชน์ในการช่วยเพิ่มสีสันให้กับรสชาติอาหารได้เป็นอย่างดี รวมถึงรสชาติของชีวิตด้วยเช่นกัน

หากพิจารณาดูแล้ว ทุกอารมณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณล้วนมีประโยชน์ เพราะมันเป็นสีสันและรสชาติของชีวิต แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราต้องรู้เท่าทันในอารมณ์ของตัวเอง เพราะมันจะทำให้รสชาติในชีวิตของเรานั้นกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น พูดง่ายๆก็คือเป็นคนฉลาดทางอารมณ์ สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตได้ดีและมีสติมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

ใส่ความเห็น