คุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน หรือที่เรียกว่า เวิร์ก-ไลฟ์-บาลานซ์ (Work-Life-Balance) อยู่หรือเปล่า เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน ฉันเป็นคนหนึ่งที่ออกตามหาสมดุลชีวิต แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เคยเจอ จนในที่สุดฉันก็ได้คำตอบ ว่าความจริงแล้ว สมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน อาจไม่เคยมีอยู่จริง
เวิร์ค-ไลฟ์-บาลานซ์ เป็นสิ่งที่หลายคนตามหา แต่ขณะเดียวกัน ฉันก็ยังคงเห็นหลายคนเอางานกลับมาทำที่บ้าน แม้กระทั่งวันเสาร์อาทิตย์ก็ยังคงนั่งทำงานอยู่ หรือการไม่สามารถละความคิดเรื่องงานได้แม้เป็นเวลาเลิกงานแล้วก็ตาม และถ้าความหมายของสมดุล คือความเสมอภาค เท่าเทียม กิจวัตรเหล่านี้ ก็ดูไม่น่าจะเป็นชีวิตที่สมดุลเท่าไหร่
เมื่อไม่นานมานี้ ฉันไปเจอคำๆ หนึ่งจากการฟังพอดแคสต์ของ เคน นครินทร์ บรรณาธิการบริหารของ The Standard คือคำว่า เวิร์ค-ไลฟ์-โฟลว์ (Work-Life-Flow )ที่เปรียบเทียบชีวิตกับการทำงานเหมือนกับการเต้นรำ ที่มีจังหวะ และท่วงทำนองของมัน เรามีหน้าที่ยืดหยุ่นไปตามท่วงทำนองเหล่านั้น เพื่อให้การเต้นรำ เป็นไปได้อย่างลื่นไหลมากที่สุด
มันทำให้ฉันมองเห็นมุมมองที่แตกต่างออกไป ว่าแท้จริงแล้ว ชีวิตและงานอาจเป็นเรื่องเดียวกัน เปรียบชีวิตคนเราเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่มีฟันเฟืองหลายชนิดเป็นตัวขับเคลื่อนการทำงาน โดยฟันเฟืองเหล่านั้น ประกอบไปด้วย ครอบครัว คนรัก สุขภาพ การเรียน และการงาน ที่มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ไม่สามารถแยกออกจากกันได้
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เราไม่สามารถแยกการใช้ชีวิต และการทำงานออกจากกันได้อย่างสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แม้แต่พนักงานออฟฟิศหลายคน กลับบ้านไปแล้วก็ยังคงคิดถึงเรื่องงาน แต่สิ่งสำคัญคือ วิธีการจัดการหรือวิธีการโฟลว์งานและชีวิต ให้สามารถลื่นไหลไปด้วยกันได้ โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตหรือความสัมพันธ์รอบข้าง ซึ่งมาจากความคิดเริ่มต้นที่ว่าชีวิตและงานคือเรื่องเดียวกัน จะทำให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น โดยที่ไม่รู้สึกว่าต้องทำงานหรือพักผ่อนตลอดเวลา
ชั่วโมงการทำงาน จึงอาจไม่สามารถประเมินผลประสิทธิภาพการทำงานได้ เพราะแต่ละคน ล้วนมีพลังการทำงานในแต่ละช่วงเวลาไม่เหมือนกัน บางคนสามารถคิดงานได้ดีตอนกลางคืน เพราะเป็นเวลาที่เงียบสงบและได้อยู่กับตัวเอง ในขณะที่บางคนทำงานได้ดีตอนกลางวัน เพราะมีคนรอบข้างเป็นตัวกระตุ้น ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า สิ่งสำคัญมากกว่าการบริหารเวลา คือการบริหารพลังงาน ให้ชีวิตและการทำงานมันลื่นไหลไปในทางเดียวกัน
ลองนึกภาพตามว่า ถ้าเราทำงานและเลิกงานตรงเวลาทุกวัน ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน แทนที่จะรู้สึกผ่อนคลาย เราอาจรู้สึกเครียดและกดดัน เพราะต้องทำสิ่งต่างๆ ตามกรอบเวลาตลอด ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว การยืดหยุ่นไปตามจังหวะชีวิต ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน
เราจึงต้องจัดลำดับความสำคัญให้สอดคล้องกับท่วงทำนองชีวิต เช่น ขณะนี้มีโครงการใหม่ที่ต้องทำ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญในช่วงนี้ก็คืองาน ในทางกลับกัน หากช่วงนี้มีคนในบ้านไม่สบาย สิ่งที่ควรให้ความสำคัญก็คือชีวิตและครอบครัว
อย่างไรก็ตาม การพักผ่อนก็เป็นสิ่งจำเป็น และการวางแผนการทำงานที่ดีจะช่วยให้การพักผ่อนมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากคุณรู้สึกว่างานที่ได้รับมอบหมายนั้นมากเกินกำลัง อย่าพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเอง จงรู้จักขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น หรือมอบหมายงานให้คนอื่นบ้าง และสิ่งสำคัญที่สุดคือการออกแบบการทำงานให้ตรงตามความต้องการของตัวเอง มากกว่าความต้องการของสังคม อย่างการที่คุณทำงานที่บ้าน แล้วงานออกมาดี นั่นก็ไม่ได้ผิดอะไร หรือการงีบหลับในเวลางาน แล้วทำให้โฟลว์การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น นั่นก็ถือเป็นสิ่งที่ดี
หลายคนอาจคิดว่า เวิร์ก-ไลฟ์-โฟลว์ (Work-Life-Flow) อาจทำให้ไม่มีเวลาพักผ่อน แต่แท้จริงแล้ว หากเรามีการจัดการและการออกแบบชีวิตที่ดี จะทำให้เราสามารถมีเวลาพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ก็อย่าลืมความจริงที่ว่า ไม่มีอะไรได้ดั่งใจเราไปทั้งหมด คุณอาจวางแผนว่าเวลานี้จะพักผ่อน แต่หากมีงานด่วนแทรกเข้ามา คุณก็ไม่อาจเลี่ยงที่จะทำมันได้ รวมถึงการที่งานของคุณเสร็จเร็วกว่าที่กำหนด ก็จะทำให้คุณมีเวลาพักผ่อนมากยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ มันขึ้นอยู่กับความยืดหยุ่นระหว่างงาน และชีวิตของตัวคุณเอง
สุดท้ายนี้ จงหางานและบริษัทที่เหมาะสมกับคุณ เหมือนกับการเลือกซื้อรองเท้า หากคับหรือหลวมเกินไป จะทำให้ใส่ไม่สบายและเดินลำบาก ในทางกลับกัน หากรองเท้าพอดีกับเท้า จะทำให้คุณเดินไปยังจุดหมายปลายทางได้อย่างมั่นใจ การทำงานก็เช่นกัน คุณจะมีโฟลว์การทำงานที่ดี ก็ต่อเมื่อทำงานอยู่ในสถานะและสถานที่ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการงานและจังหวะชีวิตของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อ้างอิง
นครินทร์ วนกิจไพบูลย์. (2562, 31 ตุลาคม). หมดยุค Work-Life Balance วิธีเต้นรำไปกับชีวิตและงานแบบ Work-Life Flow [พอดแคสต์]. THE SECRET SAUCE. สืบค้นจาก https://thestandard.co/podcast/thesecretsauce164/

ใส่ความเห็น