ปัจจุบัน หลายคนมักมองความงามจากบรรทัดฐานที่สังคมเป็นคนกำหนดขึ้นมา ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ความงามนั้นอาจมีคุณค่า และความหมายมากกว่าในอุดมคติ ในประเทศญี่ปุ่นมีแนวคิดที่ชื่อว่า “วาบิ-ซาบิ” (Wabi-Sabi) เป็นการยอมรับว่าทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ แนวคิดพื้นฐานนี้ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของศิลปะชั้นสูงมากมาย และเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปะแบบญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน

คำว่า วาบิซาบิ ประกอบมาจาก 2 คำ คือคำว่า วาบิ (Wabi ) ซึ่งเป็นทัศนคติของการแสวงหาความงามและความพึงพอใจ ภายใต้ความเรียบง่าย และความไม่สมบูรณ์ กล่าวกันว่า แนวคิดนี้พัฒนาควบคู่มากับจิตวิญญาณในพิธีชงชาของชาวญี่ปุ่น ซึ่งแฝงไปด้วยปรัชญาอันลึกซึ้ง โดยในวัฒนธรรมญี่ปุ่น พิธีชงชา ไม่ได้หมายถึงเพียงการนั่งล้อมวงเพื่อชงและดื่มชากันเท่านั้น แต่ใจความสำคัญ คือการดื่มด่ำไปกับสุนทรียภาพรอบกาย ตั้งแต่ความงามของถ้วยชาทรงบิดเบี้ยว ความงามในความเรียบง่ายของช้อนตักชา ความงามของร่องรอยการใช้งานที่อยู่บนอุปกรณ์ชงชา รวมถึงความงามบนความเรียบง่ายของการตกแต่งห้องสำหรับพิธีชงชา

ส่วนคำว่า ซาบิ (Sabi) คือทัศนคติของการแสวงหาความงามจากความไม่จีรังยั่งยืนของสรรพสิ่ง เช่น หินที่ปกคลุมไปด้วยตะไคร่น้ำ ต้นไม้ที่ไร้ใบ หรือทางเดินที่มีความขรุขระไม่สม่ำเสมอ ทั้งหมดนี้สะท้อนผ่านวัฒนธรรมการจัดสวนของชาวญี่ปุ่น ที่เน้นการแสดงให้เห็นถึงความงดงามตามธรรมชาติ

นอกจากนี้ ยังรวมถึงศิลปะการจัดดอกไม้ ที่เรียกว่า อิเคบานะ (Ikebana) ซึ่งเอกลักษณ์ในการจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่นนั้นเน้นความเรียบง่าย ซึ่งแตกต่างจากการจัดดอกไม้แบบสากล ที่นิยมใช้ดอกไม้จำนวนมาก และมีสีสันหลากหลาย ทั้งนี้หัวใจสำคัญของจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่น คือการมองความงามของดอกไม้ ให้เหมือนกับการมองชีวิต โดยมองให้เห็นถึงความงดงามที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไม่จีรังยั่งยืน แม้กระทั่งดอกไม้ยังมีวันที่ต้องโรยราและเหี่ยวเฉา ไม่ต่างอะไรกับชีวิตคนเราเท่าไหร่นัก
ชีวิตของเราไม่เคยมีความสมบูรณ์แบบ
ดอกไม้จะค่อยๆ เหี่ยวเฉา เช่นเดียวกับร่างกายคนเราที่ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ นั่นเพราะเราเป็นมนุษย์ และมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เมื่อลมหายใจดับสลายไป ก็ต้องกลับคืนสู่ผืนดิน บางคนไม่พอใจกับสิ่งที่ตัวเองเป็น แม้แต่รูปร่างหรือร่องรอยบนร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปเพียงเล็กน้อย ก็สามารถส่งผลกระทบต่อจิตใจได้
ทั้งนี้ความไม่พึงพอใจ ยังสามารถเกิดขึ้นได้กับการทำงาน หากคุณเคยรู้สึกหงุดหงิด หรืออารมณ์เสียง่าย เมื่อทำอะไรไม่ได้ดั่งใจต้องการ และจมอยู่กับสิ่งหนึ่งนานๆ เพียงเพราะคิดว่ามันยังทำได้ดีกว่านี้ได้ สิ่งนี้ยังดีไม่พอ ถ้าคุณเป็นเหมือนกับทุกข้อที่กล่าวมาข้างต้น นั่นอาจเป็นสัญญาณ ที่กำลังบ่งบอกว่า คุณเป็นคนเสพติดความสมบูรณ์แบบอยู่ก็เป็นได้
หลายครั้งที่เราเอาชีวิตของตัวเอง ไปผูกติดกับความสมบูรณ์แบบมากเกินไป จนคล้ายกับการเสพติด และเมื่อใดที่มันเกิดรอยตำหนิขึ้นมา เรามักจะมองว่า ความไม่สมบูรณ์แบบนั้น ไม่ถูกต้อง มันง่ายมากที่จะทำให้เรากลายเป็นเพอร์เฟ็กชันนิสต์ (Perfectionist) หรือคนที่รักความสมบูรณ์แบบมากจนเกินไป จนอาจกระทบกับความสัมพันธ์ และการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงการเรียนและการทำงาน
บางคนรู้สึกผิดกับความล้มเหลวในอดีตที่ผ่านมา และกล่าวโทษตัวเอง รวมถึงสิ่งต่างๆ ซ้ำไปมา นั่นอาจเป็นเพราะ เราไม่ยอมรับข้อผิดพลาดและด้อยค่าตัวเองในทุกๆครั้งที่เกิดความล้มเหลวขึ้น ซึ่งตามแนวคิดของวาบิ-ซาบิ มองความล้มเหลวว่า เป็นบทเรียนที่เราต้องเรียนรู้ เพื่อเติบโต และก้าวข้ามผ่านมันไปโดยไม่เกิดความล้มเหลวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แต่ถ้ามันไม่สำเร็จ ก็เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ และมันจะเป็นพลังขับเคลื่อนให้เราสามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้ เหมือนกับสุภาษิตญี่ปุ่นที่บอกว่า “ล้มลง 7 ครั้ง ลุกขึ้น 8 ครั้ง“

มุมมองเรื่องความล้มเหลวของชาวญี่ปุ่น ยังแสดงผ่านศิลปะการซ่อมแซมภาชนะที่แตกด้วยครั่งทอง หรือที่เรียกว่า คินสึงิ (Kintsugi) ทำให้เกิดศิลปะที่งดงามของการแตกร้าว ในขณะเดียวกัน ก็สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้งหนึ่ง หัวใจสำคัญของเรื่องนี้ จึงอยู่ที่ทัศนคติ ว่าเราจะมองรอยร้าวของภาชนะนั้นเป็นหลัก หรือจะมองความสวยงามบนความไม่สมบูรณ์แบบเป็นหลัก
อาจกล่าวได้ว่า สิ่งสำคัญกว่าการสมบูรณ์แบบ หรือไม่สมบูรณ์แบบ นั่นคือมุมมองความคิด หากเรามองสิ่งต่างๆ ตามความธรรมชาติความเป็นจริง ว่าไม่มีสิ่งใดสมบูรณ์แบบ และจีรังยั่งยืน เราจะยอมรับความเป็นจริงกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัว ได้ง่ายมากขึ้น และทุกข์ใจกับมันน้อยลง เพราะทุกสิ่งบนโลกใบนี้ ล้วนไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ และความจริงข้อนี้คือสิ่งที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด
อ้างอิง
The Momentum. (2561, 14 กุมภาพันธ์). วิถีแห่ง ‘วะบิ-ซะบิ’ ความงามที่มีรอยตำหนิและกาลเวลาเป็นกัลยาณมิตร. สืบค้นจาก https://themomentum.co/wabi-sabi/
THE SECRET SAUCE. (2564, 6 มีนาคม). วะบิ ซะบิ ออกเดินทางสู่ความไม่สมบูรณ์แบบ ตอน 0 | The Secret Sauce EP.360. สืบค้นจาก https://www.youtube.com/watch?v=bgXKwj7qnzg
Chill Chill Japan. (2563, 28 มกราคม). Kintsugi ศิลปะการซ่อมถ้วยชามของญี่ปุ่นที่แฝงปรัชญา กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดหากไปโตเกียว. สืบค้นจาก https://chillchilljapan.com/kintsugi/
Mango Zero. (2562, 5 สิงหาคม). เข้าใจชีวิตบนวิถีคิดแบบ ‘วะบิ-ซะบิ’ (Wabi-Sabi). สืบค้นจาก https://www.mangozero.com/the-understanding-of-wabisabi-life/
Urban Creature. (2562, 12 ธันวาคม). Kintsugi คินสึงิ ศิลปะแห่งการซ่อมแซม. สืบค้นจาก https://urbancreature.co/kintsugi/
WeXpats. (2564, 5 พฤศจิกายน). คินสึงิ (Kintsugi) ศิลปะความงามในความไม่สมบูรณ์แบบของญี่ปุ่น. สืบค้นจาก https://we-xpats.com/th/guide/as/jp/detail/8659/

ใส่ความเห็น